talk

การจัดองค์ประกอบศิลป
principles of Composition

เรื่องการจัดองค์ประกอบศิลป์ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เป็นเรื่องของการนำองค์ประกอบต่างๆมาจัดวางรวมกันอย่างมีหลักมีเกณฑ์ แต่ก็อาจยืดหยุ่นได้บ้าง เพื่อให้ผลงานออกมาเกิดความสวยงาม ความลงตัว การจัดจะเน้นในเรื่องสำคัญดังนี้


เอกภาพ(Unit) คือ การรวมกันเป็นกลุ่มก้อน ไม่กระจัดกระจายไปคนละทิศทาง และเป็นส่วนที่แสดงเนื้อหาเรื่องราวอย่างชัดเจนด้วย การสร้างเอกภาพทำโดยวิธีสัมผัส ทับซ้อนและจัดกลุ่ม เพื่อให้รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


สมดุล(Balance) คือ การจัดลักษณะของภาพให้เกิดความพอดี ให้เกิดน้ำหนักสองข้างเท่ากัน แบ่งเป็น สองกลุ่ม คือ

  1. แบบสองข้างเท่ากัน (Symmetrical) โดยวางภาพสอง ข้างเท่ากัน ส่วนใหญ่ปรากฏในงานจิตรกรรมไทย หรือตราสัญลักษณ์ต่างๆ
  2. แบบสองข้างไม่เท่ากัน(Asymmetrical) โดยการนำองค์ประกอบศิลป์มาจัดวาง โดยสองข้างไม่จำเป็นต้องเหมือนกันได้ ดูแล้วรู้สึกว่าสมดุลกัน ใช้มากในงานจิตรกรรม เพราะความรู้สึกเคลื่อนที่ไม่ สงบเงียบเกินไป

จุดเด่นและการเน้น (Dominace & Emphasis) คือส่วนสำคัญของภาพที่ต้องการแสดง ไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงกลางเพราะให้ความรู้สึกนิ่งเกินไป ควรวางไว้ในระยะหน้าหรือกลางและใช้การเน้นช่วย


ความกลมกลืนและความขัดแย้ง (Harmony & Contrast) ภาพที่งดงามจะต้องมีความกลมกลืนและนำเสนอเรื่องราวได้ดีดูแล้วไม่ขัดตา อาจใช้หลักต่างๆเช่น กลมกลืนด้วยสี รูปร่าง รูปทรง เส้น ฯ แต่ถ้ากลมกลืนมากอาจรู้สึกน่าเบื่อไม่ตื่นเต้น จึงมักใช้ความขัดแย้งมาช่วยในงานสนุกขึ้น โดยอัตราส่วน 80:20 เช่น กลมกลืน 80%มีส่วนขัดแย้งประมาณ 20%จะทำให้งานสมบูรณ์ขึ้น


จังหวะ(Rhythm) คือระยะในการจัดวางของภาพ,วัตถุ ช่วยความรู้สึกและอารมณ์ในภาพ ช่วยให้เกิดช่องไฟและความสมดุลของภาพได้

คัดลอกมาจาก http://www.rn.ac.th/thana/frames/principle.htmlแต่นำมาจัดเรียงใหม่เพื่อให้เข้ากับ blog ของตัวเอง

ไปเจอลิ้งนี้โดยบังเอิญตอนหาข้อมูลบางอย่างใน google แต่ไม่เกี่ยวกับศิลปะเลย ซึ่งเนื้อหานี้เคยเรียนมาแล้วตอนเรียนอยู่ปี 1 ในวิชา Design1 จำได้ว่าองค์ประกอบมี 7ข้อนะ ขาดไป2 คือ การซ้ำ (repreatition) และอีกข้อจำไม่ได้แฮะ ...ลืมเฉยเลยกู

555...นึกออกแล้วเว้ย ข้อสุดท้ายคือ ค่าน้ำหนัก (value) ....จู่ๆก็นึกออกเฉยเลยกู


"คู่มือทรราช" โดย ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ พิมพ์ครั้งแรกเดือนมิ.ย.2543

ได้แนะนำผู้ที่จะเป็นผู้นำทรราชด้วยบัญญัติ 10 ประการ ประกอบด้วย


1 ยึดธุรกิจผูกขาด 6 ประเภทหลัก อันได้แก่ สถาบันการเงิน ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจประปา

2 ยึดรัฐบาล กวาดต้อนซื้อ ส.ส. พยายามตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ใช้เงินซื้อเสียง ซื้อ ส.ส. แล้วจึงมาหาเงินคืนทุนทีหลัง

3 ยึดองค์กรรัฐ เอาคนของตัวเองเข้าไปในตำแหน่งราชการและรัฐวิสาหกิจ พยายามเอาพวกทรราช เข้าไปเป็นผู้บัญชาการทหารที่สำคัญๆ ส่งคนเข้าไปในสื่อของรัฐ ทั้ง อสมทฯ และกรมประชาสัมพันธ์ ยึดหัวหาดคนในคณะกรรมการการเลือกตั้ง

4 ทำลายคู่แข่งทางการเมือง ใส่ร้ายป้ายสีคู่แข่งทุกครั้งผ่านสื่อของรัฐ

5 ทำลายคนดี คนดีเป็นอุปสรรคในการปล้นชาติ โกงประชาชน จึงต้องทำลายให้สิ้น พวกนี้มักมาในรูปนักต่อสู้ นักเคลื่อนไหว วิธีที่ใช้ได้ บ่อยคือสื่อของรัฐที่พูดฝ่ายเดียว ใส่ร้ายไปเรื่อยๆ จะให้ดีต้องซื้อสื่อด้วย

6 ทำลายภาคประชาชน วิธีทำลายต้องทำลาย 3 ชั้น ชั้นแรก คือการศึกษา ชั้นที่สอง องค์กร ชั้นที่สาม ข้อมูลข่าวสาร ประชาชนจะได้ไม่ต้องรู้เรื่อง หรือเกาะกลุ่มรวมตัวกันมากจนเกินไป

7 ขัดขวางการปฏิรูปการเมือง ทรราชจะมีความพึงพอใจมาก หากประชาชนทั่วไปมีความพึงพอใจได้เพียงแค่หย่อนบัตรเลือกตั้ง 4 ปีครั้งนึง จะได้โกงชาติโกงแผ่นดินได้อย่างไม่ต้องอายฟ้าอายดิน

8 สร้างภาพลักษณ์

9 สร้างเครือข่ายพันธมิตรทรราช นักธุรกิจใหญ่ ข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ นายทหารใหญ่ เจ้าพ่อมาเฟีย และสื่อสารมวลชนอาวุโส แต่เรื่องการสัมพันธ์กับสื่อเพื่อทำลายคนดีต้องระวังให้มาก เพราะมีสื่อปากเสียบางประเภทชอบคาบข่าวลับของเครือข่ายไปปูดข้างนอกจนเสียงาน แต่เจ้าพ่อมาเฟียในเครือข่ายคงพอช่วยคุมประพฤติได้บ้าง

10 บริหารองค์กรทรราชให้เป็นสังคมทรราช ต้องกระจายจัดสรรให้พรรคพวกได้คอร์รัปชั่น คอยเชือดไก่ให้ลิงดู เสียสมุนส่วนน้อยรักษาส่วนใหญ่ สร้างความแตกแยกในหมู่ทรราช จะได้ไม่รวมตัวกันโค่นหัวหน้าทรราชได้


สัดเอ๊ย...เหี้ยแม๊วแม่งล่อหมดทุกข้อเลยว่ะ